ปีคริสตศักราช 2005 พนักงานกินเงินเดือนชาวไทยคนหนึ่ง
เดินทางออกจากเมืองย่างกุ้ง เมื่อมีคำสั่งให้โยกย้ายเดินทางมาถึง…
ตามแบบฉบับหนุ่มนักล่าฝันทั่วๆไป การตบเท้าก้าวย่างออกไปคราวนี้
เขาหวังว่าชีวิตเขาจะดีขึ้น และอย่างน้อยมันก็ดูจะน่าสนใจกว่า
ชีวิตคนบ้านนอกของบ้านนอก ของบ้านนอกของประเทศไทย
ซึ่งวันๆต้องคละเคล้า ต่อสู้กับการเกร็งค่าเงินบาท เพื่อแลกกลับประเทศ
หมอนวดที่เริ่มมีการเกร็งค่าตัว สถานบันเทิงที่มีแต่ผู้หญฺิงนางโลม
จดหมายอีเลีคโทรนิค ที่จะมีได้ต้องยื่นขอจากระบบรัฐ
และการตีแบตเพื่อผ่อนคลาย วันเวลาเหงาๆให้หมดไป…
ไม่แน่ใจว่าเหตุผลข้อใดแน่ ที่ทำให้เขาเขยื้อนกายออกจากจุดเดิม
ซึ่งบางทีอาจจะไม่ใช่ซํกข้อใดในนั้นเลยก็ได้…โบ๊ทเป็นผู้ชายแบบนั้น
เขาเหมือนตัวละครเอกของ Martin Page (อ่านว่า มาร์แต๊ง ปาจ)
ในหนังสือ Comment je suis devenu stupide
ราวกับว่าอองตวนพระเอกของเรื่อง มีชีวิตจริงๆ
หรืออย่างน้อยก็พยายามที่จะมี…
เขาบูชาความเหงาอันสุดแสนโรแมนติคของหว่องคาร์ไว
แต่เอาชีวิตมาใช้แบบพนักงานเดือนในต่างแดน หรือ salary man
ที่เขาอวดโก้ว่าเท่นักหนา กว่าคนที่ได้ค่าจ้างเป็น wages แบบผม
(และอีกหลายๆคนในประเทศ)
ย้อนกลับไปในสมัยเรียน เขาคือนักเรียนเกรดนิยม
คณะบริหารธุรกิจ วิชาเอกการตลาด ในมหาวิทยาลัยอินเตอร์ชื่อดังย่านรามคำแหง
อนาคตอันสดใสคงจะรอเขาอยู่ ถ้าไม่มีความคิดที่จะไปสมัครเป็นพนักงานขายตั๋วหนัง
เพื่อที่จะได้นั่งทำงานกับเจ้าของโรงหนังอารต์ที่เขาแอบปลิ้ม…
ในช่วงขณะหนึ่งหลังจากเวลางาน เขาได้คุยกับเพื่อนคนหนึ่ง
ผ่านทางmsnแล้วเกิดความคิดที่ว่า ไหนๆก็ไหนๆเราน่าจะ
บันทึกชีวิตลับนักล่าฝัน แบบถึงพริกกันซะที
นั่นคือที่มา….ของชายหนุ่มที่ใจแคบในอินเดียคนนี้ครับ

Boat Praveen