“ถ้าผมเป็นเจ้าของเฟอร์รารี่ ผมคงไม่สามรถติดเงินชาวบ้าน
และเดินออกไปกินเบียร์ชิวๆ ก่อนที่จะเลือกวันหยุดให้กับตัวเอง
คุณคิดดูผมรวยและเครดิตดีกว่าเขาแค่ไหน…”
คนเฝ้าล๊อบบี้โรงแรมที่อิตาลี
ไม่บ่อยนักที่ผมจะพบชาวตาน้ำข้าว ที่เข้าใจคำว่าร่ำรวยอย่างแท้จริง
ท่ามกลางฟองคลื่นของกระแสสังคม ที่ล่องลอยฟุ้งหลอกสายตา
พาเราว่ายดิ่งมุ่งหาแสงสว่างไปอย่างผิดทิศทาง…
มันเป็นช่วงคาบเกี่ยวของเส้นแหวงทางอารมณ์ ซึ่งตัดกับความสัมพันธ์ของ
ผมกับเพื่อนแบบผิดที่ผิดเวลา ทำให้ผมต้องมานั่งอยู่ตรงล๊อบบี้ตอนตี3กว่า
และบังเอิญเหลือเกินว่า การออกมานั่งสงบจิตใจข้างนอกห้องนั้น
ทำให้ได้สูดอากาศของความเงียบงัน กับความสงบอย่างเต็มปอด
อีกทั้งยังได้สนทนากับเพื่อนต่างวัย …ที่จู่ๆผมก็คิดถึงขึ้นมา
*(หมายเหตุ) ย่อหน้าต่อไป มีการพูดถึงบุคคลที่มีตัวตนจริงๆในสังคม กรณาใช้วิจรณญานในการอ่าน
ผู้ชายผมสีดอกเลาสูงวัย ใส่สูทสีนกเพนกวินท่าทางดูสบายๆ ยิ้มให้กับผม
ใบหน้าใต้หนวดของเขาก็ดูจะไม่ต่างกัน…เรากล่าวทักทายสั้นๆ
ก่อนที่ผมจะนั่งลงเขียนบทบันทึกของการเดินทาง
กาแฟไหม? ชายชราถาม
ไม่เป็นไรครับ…
ชาล่ะ?
ไม่เป็นไรครับ…
แน่ใจนะว่าไม่ต้องการอะไร..
ไม่ครับไม่…
โค๊ก?… น้ำเปล่า?
เอองั้นผมเอา..ชาก็ได้
อันที่จริงผมต้องการตัดบทสนทนาให้จบลงแค่นั้น แต่แล้วก็ยังอุตสาห์มีต่อ
ชาอะไร…อังกฤษ?
ครับ ขอบคุณ…
ด้วยความที่เป็นคนไทยผมเลยเกรงใจในทุกๆอย่าง ไม่เว้นแม้แต่บริกร
เขาบรรจงเสิรฟ์ถ้วยชาร้อน ลงบนโต๊ะกระจกเล็ก
ที่มีเนื้อที่พอจะวางถ้วยชาได้สามถ้วย แบบที่ไม่อึดอัดเกินไปนัก
คุณเป็นนักเขียนหรือ
เปล่าครับไม่ใช่..คือผมแค่ชอบเขียนน่ะครับ แต่ยังไม่เคยคิดหาเงินจริงๆจังจากอาชีพนี้..
จะเป็นไรไหมถ้าผมจะสูบบุหรี่ …เขาคาบบุหรี่สายตาหรี่ลง
ก่อนที่จะค่อยๆสูดม่านหมอกศีลธรรมเข้าปอด…
ก่อนที่จะปล่อยบรรยากาศอันหนักอึ้ง เป็นช่องว่างระหว่างเรา
ไหนลองเล่าให้พี่ฟังหน่อยซิ ว่าไปเที่ยวที่ไหนมาแล้วประทับใจบ้าง
และอะไรยังไง เล่าเลยเนี่ยเอาให้จบภายในห้านาที
ผู้หญิงผมสั้นหน้าตาดีอายุสามสิบโดยประมาณรุกไล่คำถามใส่หน้าผม
ในสำนักงานย่านทาวน์อินทาวน์ (นี่เป็นการมาสัมภาษณ์งานเขียนบทรายการทีวี)
ไม่ทันที่ผมจะแยกริมฝีปากออกจากกัน เธอก็บอกว่าสมมุติว่าพี่
เป็นคนที่มีเวลาฟังน้องแค่ห้านาทีเนี่ย น้องจะเล่ายังไง…
เอ่อ…อืม สมองผมชะงักเมื่อเจออะไรแบบนี้ แม้ว่าจะเตรียมตัวมาแล้ว
แต่ก็ไม่คิดว่าจะจะเป็นถึงขนาดนี้
ทั้งๆที่ไปเที่ยวมาหลายสถานที่ แต่ต้องเจออะไรที่กดดันแบบนี้
ผมกลับเล่าอะไรไม่ออก แต่ถึงลิ้นของผมจะกระดกคำพูดออก
ผมก็คงไม่อยากเล่าอยู่ดี…
บ้านเมืองของคุณเป็นยังไงบ้างตอนนี้ ทำไมถึงมีคนเอาดอกไม้ไปให้ทหาร
(ระหว่างที่ผมอยู่เกิดการรัฐประหาร และมีข่าวอดีตนายกของเราแพ่รไปทั่วโลก)
อืม..ผมไม่รู้จะเริ่มเล่ายังไงดี เอาเป็นว่ามันค่อนข้างซับซ้อน และมันไม่ได้เป็นเหมื่อนที่สื่อเมืองนอกนำเสนอ
ผมพยายามอธิบายด้วยภาษาอังกฤษกระท่อนกระแท่นผมเข้าใจ…การเมืองเหมือนกันทั่วโลกนั่นแหละ
มันคือละครปัญญาอ่อน ที่ทำขึ้นมาเพื่อหลอกประชาชนอย่างเราๆ
มีแต่พวกปัญญาอ่อนแม่งแย่งกันเป็นพระเอก ทั้งที่จริงแม่งก็ผู้ร้ายปลอมมาทั้งนั้น
อำนาจทำให้เรามีสิทธิสามรถปฎิบัติต่อคนอื่น ได้อย่างไม่เทียมอย่างงั้นหรือ
…ผมใช้เสียงเงียบตอบ
เงินทองทำให้เราเป็นคนมากกว่าเขางั้นเหรอ…
…
ควยเหอะ เขาสบถ
…ฮ่าๆๆ
คือฟังจากที่น้องเล่ามาก็โอเคนะ เรื่องที่ไม่เคยมีประสพการณ์การเขียนบทมาก่อนนี่
ไม่เป็นไร เดี๋ยวพวกพี่ช่วยฝึกให้…หลังจากที่พูดจาอวดโก้ ถึงความรู้และแสดงให้เห็นถึงความแตกต่าง
ระหว่างลูกจ้างกับผู้ว่าจ้าง พูดตรงๆการแสดงออกแบบนี้
ทำให้ผมไม่รู้สึกปลื้มวัฒนธรรมองค์กรนี้ซักเท่าไหร่นัก…
แม้ว่าจะเป็นงานที่อยากจะทำ ยิ่งในภาวะที่งานหายากเช่นนี้แล้ว
ทำให้เกิดอาการสองจิตสองใจมากๆ…
เอ้ามีอะไรจะถามพี่ไหม ถามพี่ได้หนึ่งคำถามอะไรก็ได้
อดีตดาราดังที่ผันตัวมาจับงานนิตยสาร และเปลี่ยนไลฟ์ไสตล์ตัวเองไปเรื่อยๆ
ที่มีชื่อเล่นขึ้นต้นว่า อ มีสระอุแล้วก็ไม้โท มอม้าตาม ถามผม
ทำไมพี่ตัดผมสั้นฮะ….
….คือพี่ร้อนน่ะคะและอยากมีสมองมั่ง
แสดงว่าที่ผ่านมา… ก็
ผมหยุดทุกอย่างไว้แต่เพียงเท่านั้น
มันคงจะดีนะ…ถ้าทุกคนเลิกตัวใหญ่เบ่งใส่กัน
ทุกคนเท่าเทียมกันแล้วมันเกี่ยวกับบทความข้างต้นอย่างไรกัน
ก็คงไม่พ้นการปฎิบัติต่อกัน การกระจายรายได้ทางอารมณ์
ความตกผลึกทางความจริงว่า ความรวย กับความสุขสุดท้ายแล้ว
มนุษย์เองก็เป็นตัวกำหนดของแต่ละคนขึ้นมา…
เราจะพอใจ หรือจะอะไรก็อยู่ที่เราอยู่ดี
หรือคุณคิดว่าไง…
“ถึงหนูจะไม่ได้เป็นเจ้าของบริษัทเฟอร์รารี่ หนูคงไม่สามรถให้ชาวบ้านติดเงิน
และเดินออกไปกินเบียร์ชิวๆ ก่อนที่จะเลือกวันหยุดให้กับตัวเอง
คุณคิดดูหนูรวยและเครดิตดีกว่าแขกที่มาออฟหนูแค่ไหน…”
เด็กที่ยืนหลังโรงแรมสยาม
ไม่แปลกนักที่ผมมักจะพบปะผู้ให้บริการที่ร่ำรวยกว่าผม
นอกจาก รถเข็นไข่ปิ้งที่ผมซื้อไปเมื่อตอนบ่ายแล้ว ผมแน่ใจว่าทุกผู้ให้บริการที่ผ่านเข้ามาในชีวิตล้วนมีบัญชีสะสมทรัพย์เล่มหนาปึ้ก
ผู้หญิงผมดำขลับวัยกลางคนในชุดยูนิฟอร์ม หันมาถามผม
รับน้ำอะไรดีค่ะ
ขอเป็นน้ำเปล่าดีกว่าครับ แล้วน้องหละครับ รับน้ำอะไรดีคับ
ผมหันไปถามหญิงสาวข้างกายในชุดบิกินี่เล่นทะเล
บ้าไปแล้วนี่มันรัชดาชัดๆ มีทะเลที่ไหนกัน
ด้วยความที่เป็นคนไทยผมเลยต้องหน้าใหญ่ในทุกๆช็อต ไม่เว้นแม้แต่ผู้ให้บริการ
จะเป็นไรไหมถ้าผมจะสูบบุหรี่ … ผมคาบบุหรี่ข้างๆกระหรี่
ก่อนที่จะค่อยๆอ่านข้อความ “ควันบุหรี่ทำร้ายผู้ใกล้ชิด”
ก่อนที่จะปลอ่ยให้เวลา 2 ชั่วโมง เป็นความสัมพันธ์ระหว่างเรา
—————————————————
เรียนคุณโย
บ่อยครั้งในสมัยเด็ก ผมฝันอยากเป็นเศรษฐี
พ่อแม่ก็สนับสนุนผมตั้งแต่เล็กด้วยการซื้อเกมเศรษฐี (monopoly) มาเพื่อฝึกเตรียมความพร้อมการเป็นเศรษฐี
สมัยประถมผมได้ค่าขนมวันละ 20 บาท
ไม่แปลกที่ผมอยากมีเงินหมื่นเงินแสน
———————————————————-
ในวันว่างวัยปัจจุบัน ผมมักจะคร่ำเคร่งกับการหากิจกรรมต่างๆทำเพื่อต่อเติมจิ๊กซอว์เวลา
เสียเงิน 140 บาท เพื่อดูหนัง แลกกับการซื้อเวลา สองชั่วโมง
เสียเงิน 110 บาท เข้าร้านกาแฟ แลกกับการซื้อ ภาพลักษณ์ และเวลา หนึ่งชั่วโมง (เวลาเดินสวนผู้คนจะมีใครรู้บ้างไหมว่า วันนี้ผมไปนั่งกินกาแฟร้านดังมา)
เสียเงิน 2000 บาท เพื่อซื้อบริการใน paragraph ที่สอง เพื่อแลกกับเวลาอีก 2 ชั่วโมง
และทุกวัน
ผมต้องกลับมานั่งเหงาอยู่ในบ้านอยู่คนเดียว
———————————————————-
คุณโยเคยประสบช่วงเหตุการณ์คล้ายๆผมบ้างไหม
ที่พร้อมจะทำสิ่งไร้สาระที่เรามองว่า คูล ในค่านิยมปัจจุบัน
อย่าถามถึงแก่นสารของการกระทำ
ผมคิดว่าพวกเราไม่มีคำนั้นในหัวตั้งแต่โตขึ้นมาแล้ว
สภาวะผมในตอนนี้ค่อนข้างปกติ
มีเงิน มีสมอง มีหัวใจ
แต่ไม่มีความสุข
ถ้าใช่ ผมคิดว่าเรากำลังอยู่ในโลกเดียวกัน
เราต่างอยู่ในวังวนของ
โศกนาฎกรรมชีวิตคนเมือง (Big City Life Syndrome)
คุณโยค่ะ
หนูคิดว่า ความจริง ไม่มีการตกผลึกและตกตะกอนนะค่ะ
ความจริง เป็น infenity ค่ะ
และ
ความจริงก็เป็นเพื่อนร่วมรุ่นของดนตรีร็อคค่ะ
ความจริงเป็นอมตะคะ
Rock n Roll and THE TRUTH never dies ค่ะ
คนเรากำหนดตัวตนโดยการเลือกเสพผลิตภัณฑ์ที่แสดงภาพลักษณ์ที่เราอยากจะเป็น
ใช่ค่ะ
เราเลือกเอง
อยากให้ทุกคนเท่าเทียมกัน
จริงๆ
การกระจายรายได้ทางอารมณ์ อืมม..
คงเหมือนการกระจายรายได้ทางสังคมกระมัง
เป็นเรื่องของนามธรรม แต่หลายคนก็เฝ้าฝันจะเห็น
มันแย่กว่านั้น ตรงที่ว่า….
ความรวย ความจน ความสุข
ความเท่าเทียม การเลือกปฏิบัติ
มักมีอะไร หลายอย่าง มาช่วยเรากำหนด
อยู่เสมอ เสมอ… แม้ว่าเรา อาจไม่ต้องการ
และแม้ว่า สิ่งที่เราฝัน จะไม่ใช่ สิ่งเดียวกับที่ เราเป็น
เรื่องบางเรื่อง มันก็อาจ ต้องเพิ่ม คำว่า “ความจำเป็น”
นะคะ คุณ..
ในฐานะผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกัน
จากโศกนาฎกรรมชีวิตคนเมือง
(Big City Life Syndrome)
ของคุณ The Ferrari Owner, The Buffalo Feeder
ขอบคุณที่อุตสาห์แบ่งปันประสพการณ์ ให้ผู้ชมทุกคนในที่นี้ โดยส่วนตัวผมเองนั้น
ก็ประสพปัญหามาคล้ายๆกันแต่ต่างกันนิดหน่อย ตรงparagraphสอง
ที่ผมไม่เคยได้ข้องแวะเลย…
คำว่ามีเงิน มีสมอง มีหัวใจนั้น
แต่ไม่มีความสุขนั้น
ล่าสุดผมพยายามเข้าใจกับมันอย่างเบื้องลึกว่า
โลกนี้นั้นไม่มีทั้งแก่นสาร และสาระ
ทุกสิ่งล้วนถูกอุปโลกน์ขึ้น เพื่อหลอกสมองน้อยๆทั้งสองซีก
ให้เข้าใจและยอมรับ
ถึงความเบี้ยวๆและไม่สมบูรณ์ ของความเป็นมนุษย์ และสังคมมายา…
ที่จะหลอกหลอนเราไปชั่วกาล ดั่งที่ดารามากหน้าออกมายืนกราน
ว่าไม่เคยเอากันก่อนแต่ง หรือแย่งผัวใคร
บางทีเราก็ต้องกระเดือก แบบกลั้นการสำรอกของความจริง และความรู้สึกที่ผกผันอยู่ในตัวเรา
เรียนคุณโย
แล้วเวลาสองชั่วโมงที่หายไปใน paragraph ที่ 2
คุณทดแทนมันด้วยวิธ๊ใด
อย่าบอกนะว่าหมดไปกับ Hi5 และ Myspace
Choose your way.This is your world.
ตอบคุณโบ๊ท
สองชั่วโมงที่ว่า ผมหมดไปกับการปั่นกระทู้
ดูภาพสาวแอ๊บแบ๊ว ตอบปัญหาไร้สาระทางmsn ตาเช็คข่าวคลิปหลุดดาราโป๊
และก็มาเขียนเรื่องราวอวดโม้
ที่คิดว่าโก้ให้พวกคุณมาด่าผมเล่นกัน
ฟังดูไม่เลวนักใช่ไหม
ในสิ่งที่เราอยากทำถึงจะมีคนค้านหรือยากเย็นบั่นทอนมากแค่ไหน แต่ยังไงๆกูก็จทำ
แต่ถ้าอะไรที่ไม่อยากจะเคี่ยวจะเข็นจะโดนรุมเร้าแค่ไหน เราก็ไม่อยากเละเลือกที่จะเลี่ยงมันอยู่ดี
อัตตาก็คืออัตตา อต่อย่าลืมว่าอัตตามันเป็นส่วนหนึ่งของเราน่ะ
บางทีทำใจยาก
บางทีสันดานมนุษย์อาจจะกำหนดให้ต้องอวดเบ่งใส่กัน เพื่อปกปิดความอ่อนแอที่หลบซ่อนอยู่ในตัวตนก้อเปนได้
แบบนี้คุณควรจะสงสารมนุษย์ประเภทนั้นแทนรึป่าวหล่ะ…
ตอบคุณ บุ่ญบุ๊ญ
ถ้าเป็นอย่างั้นจริงมนุษย์อย่างๆเรา ก็ไม่ไ่ดมีชีวิตที่ดีเลย
ออกจะแย่กว่าพวกสัตว์ทั่วๆไป ที่ไม่ต้องกลัวไม่ต้องทุกข์
กลับสิ่งเหล่าี้นี้
หรืออันที่จริงแล้วเราเกิดมามีกรรมกว่าสัตว์
อย่างหมาแมวเสียอีก
เพราะเราล้วนต่างต้องการปัจจัยหมื่นล้านอย่าง
เพื่อให้มีชีวิตอยู่รอด
ในขณะที่พวกมันไม่ต้องการเลย
จริงอย่างที่คุณโยว่าไว้มนุษย์เรานั้นต้องการปัจจัยหมื่นล้าน เพื่อให้มีชีวิตอยู่รอด
และมนุษย์เรานั้นยังต้องการปัจจัยอีกแสนล้าน เพื่อให้ชีวิตตัวเองดูดี
น่าเศร้า
ที่ทั้งผมและคุณรวมถึงคุณบุ่ญบุ๊ญต่างผลาญชีวิตตัวเองไปกว่า 778,400,000 วินาที
ในการแสวงหาปัจจัยเหล่านั้น
(ฟังดูไม่นานนะคับ แต่นั้นก็เกือบครึ่งหนึ่งของชีวิตคนเราแล้ว)
โดยที่เราต่างคิดไม่ตกของแก่นแท้และเป้าหมายของชีวิต
ถึงตรงนี้คุณโยเห็นพ้องกับผมไหมครับว่าเราเองก็ไม่ได้ต่างจากสัตว์ทั่วๆไปสักเท่าไหร่เลย
จะยกเว้นก็แต่สัตว์ไม่ทั่วไป เช่น Godzilla ที่มีเป้าหมายถล่มโลกตั้งแต่เกิด
ผมให้เวลาคุณตัดสินใจอีกครั้ง
ถ้าเลือกเกิดได้
คุณยังจะอยากเกิดมาเป็นมนุษย์อีกไหมคับ
มนุษย์เราล้วนต้องการปัจจัย4
ใครที่ยังมีไม่ครบก็ขวนขวายหากันไป
ความสุขความทุกข์ล้วนเกิดขึ้นได้กับคนทุกสถานะภาพทางสังคม
เมื่อเกิดแล้วหนีไม่พ้น นอกจาก…ทำใจ
ใจหนอใจ
ตัวอยู่นิ่งแต่ใจลอยไกลออกไป…อยู่หนใด
ตอบ คุณมนุษย์ไร้ราก หมายเลข 11
และ Panorama
ถ้าเลือกเกิดได้ ยังคงอยากเกิดเป็นมนุษย์ไหม
ช่างเป็นคำถามที่น่าขบเคี้ยวกับสมองมาก
เพราะมันได้จูงมือผม ไปเจอกับความสงสัยว่า
ถ้าไม่ได้เกิดเป็นมนุษย์ เราจะเกิดเป็นอะไรดีล่ะ
นิ่งคิดอยู่นานก็คิดไม่ออก เลยลองให้คำถามนี้กับgoogleดู
http://www.google.co.th/search?client=firefox-a&rls=org.mozilla%3Aen-US%3Aofficial&channel=s&hl=en&q=%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99&meta=&btnG=Google+Search
แล้วก็พบว่ามีมากกว่า 22,800 รายการ หรือเท่ากับจำนวนคนทีี่มีคำถามนี้อยู่ในใจ
และอยากรู้ถึงขนาดมาตั้งกระทู้ถามกันเลยทีเดียว
เท่าที่อ่านดูก็มีตั้งแต่
อยากเกิดเป็นคนหลายใจ จะได้รักใครทีละหลายคน (กะลา มากๆ)
อยากเกิดเป็นต้นไม้ เพราะดูร่มเย็นดี อิอิ
(ต้องอิอิด้วยนะ)
เกิดเป็นคนน่ารัก
เกิดเป็นลูกคนรวย
เกิดเป็นลูกนายก
(ขอมากไปไหม)
เกิดเป็นแฟนผมไง (อันนี้มันแซวจขกท)
อยากเกิดเป็นแมวคับ
แมวน่ารักดี
อยากเกิดเป็น ความรัก
เพราะ ความรัก ชนะทุกสิ่ง!
ฮ่าๆๆ
อยากเป็นท้องฟ้า
อย่าเพิ่งหาว่าเน่าล่ะ !!
เหตุผล ก็เพราะว่าเราอยากเห็นอะไรหลายๆอย่างให้ทั่วโลก เห็นผู้คน เห็นทิวทัศน์ที่สวยๆให้ทั่วทั้งโลก อยากเฝ้ามองคนที่รักจากข้างบน
คงมีความสุข มากเลย เฝ้ามองได้ทั้งกลางวันและกลางคืน พอตกกลางคืนก็มีพระจันทร์ ดวงดาว คอยอยู่เป็นเพื่อน
อยากเกิดมาเป็นหมอนข้างให้ใครๆเขากอด ให้มันรู้แล้วรู้รอดไม่ต้องลุ้นให้เหนื่อยใจ
แต่ดันเกิดเป็นคนปากร้าย นิสัยก็ไม่ค่อยดี ก็มันเป็นเสียอย่างนี้
ใครเค้าจะอยากมีใจ
…..
อยากเกิด ตองมากกว่า เพราะถ้าเกิดเรียง เด๋วดัมมี่มาก และถ้าจะให้ดี ต้องเกิดโฟว์เลย
จะได้ไม่มีดัมม
อยากเกิดเป็นสติ๊กเกอร์
เหตุผล
http://www.juujub.com/picpost/data/3764.html
อยากเกิดเป็นส้นตีน
เหตุผล http://www.pantown.com/board.php?id=1624&area=1&name=board1&topic=709&action=view
หนูอยากเกิดเป็นหมา
มีอยู่วันนึงเราชวนเด็ก ๆ ไปทำความสะอาดกรงหมา ระหว่างที่กำลังทำความสะอาดอยู่นั้น
น้องมิ้ว “พี่ปอคะ หนูอยากเกิดมาเป็นหมาพี่ปอจังค่ะ”
พี่ปอ “ทำไมล่ะลูก”
น้องมิ้ว “ก็เวลาหนูตายพี่ปอจะได้ร้องไห้เหมือนเวลาหมาพี่ปอตายไงคะ”
พี่ปอต่อมน้ำตาแตกเลยค่ะ แล้วก็พูดกับเด็กว่า “ยังไงพี่ปอก็ร้องไห้ถ้าหนูตาย ร้องมากกว่าหมาตายอีก หนูไม่ต้องเกิดมาเป็นหมาพี่ปอหรอกยังไงพี่ปอก็รักหนู”
เราไม่รู้ว่าเพราะอะไรเด็กถึงพูดอย่างนี้กับเรา แต่เราคิดว่าเค้าถามหาสิ่งที่เค้าขาด นั่นก็คือ “ความรัก”
อยากเกิดเป็นดอกมะลิ เพราะคงไม่มีใครเด็ดทิ้งเด็ดขว้าง เอาไปไหว้พระ ร้อยพวงมาลัยก็ได้ ให้วันแม่ก็ได้ กลิ่นก็หอมดี
มาดูดารากันบ้าง ว่าเขาอยากเกิดเป็นอะไร
เกียรติศักดิ์ อุดมนาค (เสนาหอย ดำจัง!!)
ผมอยากเกิดเป็นรักแร้ของ นาตาลี เกลโบวา (ว้าว!!) จะได้ได้กลิ่นเธออยู่ตลอดเวลา เพราะเป็นคนที่สวยมาก สวยที่สุดในโลก เป็นรักแร้นี่ใกล้ชิดที่สุดแล้ว ถึงแม้ว่านาตาลีจะไม่อาบน้ำก็ไม่เป็นไร ผมยอม ขอให้ได้อยู่ใกล้เรียวแขนนาตาลีก็พอ
ปานวาด เหมมณี (เป้ย)
เป้ยคงอยากเกิดเป็น เป้ย-ปานวาด คนเดิมค่ะ อยากเป็นลูกสาวคนเดิมของแม่ อยากเป็นหลานสาวคนเดิมของคุณยาย โดยเฉพาะคุณยาย ตอนนี้ท่านเสียไปแล้วแต่มีอีกหลายๆอย่างที่เป้ยยังไม่ได้ทำให้คุณยาย ถ้าชาติหน้ามีจริงเป้ยอยากเกิดมาเป็นเป้ยอีกครั้ง เพื่อทำในสิ่งที่ขาดหายทุกอย่างให้สมบูรณ์ อย่างเช่น พาคุณยายไปเที่ยวรอบโลก เพราะเราเคยฝันว่าจะไปเมืองนอกด้วยกัน ไปเที่ยวเมืองจีน ไปหาหมอที่เก่งที่สุด และจะกอดยายแน่นๆ กอดยายทุกคืน จะบอกคุณยายว่า เป้ยคิดถึงยายมาก
บดินทร์ โกศลพิศิษฐ์ (บ๊อบ)
ผมอยากเกิดเป็นนกครับ รู้สึกว่าจะมีอิสระ เสรี และไม่ต้องคิดอะไรมาก มีวงจรชีวิตที่ไม่ยาวนัก หรือที่เรียกว่า มีกรรมน้อย
นกที่ผมอยากเป็นคือเหยี่ยว เพราะถ้า เด็กๆมายิงหนังสติ๊กคงไม่เป็นไร ที่ผมชอบนกชนิดนี้เพราะว่า มันมีความสง่างามในตัวและสามารถเคลื่อนที่ได้ค่อนข้างรวดเร็ว บินเร็ว บินไกล ถ้าผมเป็นนกผมจะเป็นเหยี่ยวขาว บินไปท่องเที่ยวในฮอลลีวู้ด หรือไปเมืองท่องเที่ยวที่สวยๆงามๆ ไม่ว่าจะเป็นนิวซีแลนด์ ออสเตรีย ไปยุโรป เป็นนกที่บินได้ไกลมาก เหมือนกับคนเดินทางรอบโลก
แม้ว่าคำตอบที่หยิบยกมาทั้งหมด
คนอาจจะตอบไม่ตรงบ้าง หลุดกรอบคำถามไปบ้าง
แต่ผมก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า
คำตอบนั้น มันก็ถูกอิงพื้นฐานจากตัวเราทั้งสิ้น
จากความเป็นมนุษย์ จากปัจจัยที่เราขาด
จากความความจริงที่เรารู้สึก
และสิ่งที่เราถูกบ่มเพาะ มาตั้งแต่ก่อนเกิด
ไปจนถึงความฝันและจินตนาการของเรา
เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราอยากเป็น ย่อมเป็นสิ่งที่เราไม่เคยมี
หรือยากมี อย่างที่คห.ของ panorama
ได้ว่าไว้ มาถึงตรงนี้ผมควรตอบคุณ”ด้แล้ว
ว่าผมอยากเกิดเป็นอะไร
ผมอยากเกิดเป็นไอ้นี่ครับ…
ก๊าบก๊าบ
มีคนฝากบอกมาว่า
ขอเกิดเป็นปลาบู่อย่างนี้ตลอดชาติ
จะได้มีโอกาสนัวคุณโยอย่างนี้ไปเรื่อยๆ
ไปหล่ะ
ก๊าบก๊าบ
ชีวิตเรามันไร้สาระสิ้นดี
เหมือนกับentryนี้และcommentทั้งหลาย
หาแก่นสารอะไรไม่ได้เลย
แต่ก็นั้นแหละ ชีวิตก็เป็นแบบนี้
ขาดเรื่องไร้สาระไปชีวิตคงไม่มีความสุขเท่าไหร่
มันน่าดีใจนะที่พวกเราล้วนเป็นคนไร้สาระ
———————————————–
commentดูโง่ไปไหม?
ถ้าดูโง่ไปจะได้ลองไปตัดผมสั้นให้เลือดขึ้นไปเลี้ยงสมองแบบใครบางคนดูบ้าง
.
.
.
.
แต่เอ๊ะ! ตัดไปแล้วก็ดูไม่เห็นฉลาดขึ้นเท่าไหร่เลยนิน้า
ไปตัดผมสั้นกันมั้ย?
[...] หมายเหตุ: เป็นคอมเม้นต์โต้ตอบกับคุณโย เขียนขึ้นเมื่อปีที่แล้ว แต่ปีนี้กำลังจะพ้นไปอีกปี ชีวิตก็ยังเฮงซวยเหมือนเดิม อยากอ่านบทสนทนาผ่านตัวอักษรเรื่อง ความสุข ความร่ำรวย ความเฮงซวย ตลอดจนความหมายของชีวิต อ่านได้ที่ http://mono7471.wordpress.com/2007/12/16/the-rich-man-toy-and-the-tourist-animal-drowning-in-the-sal... [...]