Posted by: Yo on: ธันวาคม 16, 2007
“ถ้าผมเป็นเจ้าของเฟอร์รารี่ ผมคงไม่สามรถติดเงินชาวบ้าน
และเดินออกไปกินเบียร์ชิวๆ ก่อนที่จะเลือกวันหยุดให้กับตัวเอง
คุณคิดดูผมรวยและเครดิตดีกว่าเขาแค่ไหน…”
คนเฝ้าล๊อบบี้โรงแรมที่อิตาลี
ไม่บ่อยนักที่ผมจะพบชาวตาน้ำข้าว ที่เข้าใจคำว่าร่ำรวยอย่างแท้จริง
ท่ามกลางฟองคลื่นของกระแสสังคม ที่ล่องลอยฟุ้งหลอกสายตา
พาเราว่ายดิ่งมุ่งหาแสงสว่างไปอย่างผิดทิศทาง…
มันเป็นช่วงคาบเกี่ยวของเส้นแหวงทางอารมณ์ ซึ่งตัดกับความสัมพันธ์ของ
ผมกับเพื่อนแบบผิดที่ผิดเวลา ทำให้ผมต้องมานั่งอยู่ตรงล๊อบบี้ตอนตี3กว่า
และบังเอิญเหลือเกินว่า การออกมานั่งสงบจิตใจข้างนอกห้องนั้น
ทำให้ได้สูดอากาศของความเงียบงัน กับความสงบอย่างเต็มปอด
อีกทั้งยังได้สนทนากับเพื่อนต่างวัย …ที่จู่ๆผมก็คิดถึงขึ้นมา
*(หมายเหตุ) ย่อหน้าต่อไป มีการพูดถึงบุคคลที่มีตัวตนจริงๆในสังคม กรณาใช้วิจรณญานในการอ่าน
ผู้ชายผมสีดอกเลาสูงวัย ใส่สูทสีนกเพนกวินท่าทางดูสบายๆ ยิ้มให้กับผม
ใบหน้าใต้หนวดของเขาก็ดูจะไม่ต่างกัน…เรากล่าวทักทายสั้นๆ
ก่อนที่ผมจะนั่งลงเขียนบทบันทึกของการเดินทาง
กาแฟไหม? ชายชราถาม
ไม่เป็นไรครับ…
ชาล่ะ?
ไม่เป็นไรครับ…
แน่ใจนะว่าไม่ต้องการอะไร..
ไม่ครับไม่…
โค๊ก?… น้ำเปล่า?
เอองั้นผมเอา..ชาก็ได้
อันที่จริงผมต้องการตัดบทสนทนาให้จบลงแค่นั้น แต่แล้วก็ยังอุตสาห์มีต่อ
ชาอะไร…อังกฤษ?
ครับ ขอบคุณ…
ด้วยความที่เป็นคนไทยผมเลยเกรงใจในทุกๆอย่าง ไม่เว้นแม้แต่บริกร
เขาบรรจงเสิรฟ์ถ้วยชาร้อน ลงบนโต๊ะกระจกเล็ก
ที่มีเนื้อที่พอจะวางถ้วยชาได้สามถ้วย แบบที่ไม่อึดอัดเกินไปนัก
คุณเป็นนักเขียนหรือ
เปล่าครับไม่ใช่..คือผมแค่ชอบเขียนน่ะครับ แต่ยังไม่เคยคิดหาเงินจริงๆจังจากอาชีพนี้..
จะเป็นไรไหมถ้าผมจะสูบบุหรี่ …เขาคาบบุหรี่สายตาหรี่ลง
ก่อนที่จะค่อยๆสูดม่านหมอกศีลธรรมเข้าปอด…
ก่อนที่จะปล่อยบรรยากาศอันหนักอึ้ง เป็นช่องว่างระหว่างเรา
เอ่อ…อืม สมองผมชะงักเมื่อเจออะไรแบบนี้ แม้ว่าจะเตรียมตัวมาแล้ว
แต่ก็ไม่คิดว่าจะจะเป็นถึงขนาดนี้
ทั้งๆที่ไปเที่ยวมาหลายสถานที่ แต่ต้องเจออะไรที่กดดันแบบนี้
ผมกลับเล่าอะไรไม่ออก แต่ถึงลิ้นของผมจะกระดกคำพูดออก
ผมก็คงไม่อยากเล่าอยู่ดี…
อำนาจทำให้เรามีสิทธิสามรถปฎิบัติต่อคนอื่น ได้อย่างไม่เทียมอย่างงั้นหรือ
…ผมใช้เสียงเงียบตอบ
เงินทองทำให้เราเป็นคนมากกว่าเขางั้นเหรอ…
…
ควยเหอะ เขาสบถ
…ฮ่าๆๆ
แม้ว่าจะเป็นงานที่อยากจะทำ ยิ่งในภาวะที่งานหายากเช่นนี้แล้ว
ทำให้เกิดอาการสองจิตสองใจมากๆ…
เอ้ามีอะไรจะถามพี่ไหม ถามพี่ได้หนึ่งคำถามอะไรก็ได้
อดีตดาราดังที่ผันตัวมาจับงานนิตยสาร และเปลี่ยนไลฟ์ไสตล์ตัวเองไปเรื่อยๆ
ที่มีชื่อเล่นขึ้นต้นว่า อ มีสระอุแล้วก็ไม้โท มอม้าตาม ถามผม
ทำไมพี่ตัดผมสั้นฮะ….
….คือพี่ร้อนน่ะคะและอยากมีสมองมั่ง
แสดงว่าที่ผ่านมา… ก็
ก็คงไม่พ้นการปฎิบัติต่อกัน การกระจายรายได้ทางอารมณ์
ความตกผลึกทางความจริงว่า ความรวย กับความสุขสุดท้ายแล้ว
มนุษย์เองก็เป็นตัวกำหนดของแต่ละคนขึ้นมา…
เราจะพอใจ หรือจะอะไรก็อยู่ที่เราอยู่ดี
หรือคุณคิดว่าไง…
คุณโยค่ะ
หนูคิดว่า ความจริง ไม่มีการตกผลึกและตกตะกอนนะค่ะ
ความจริง เป็น infenity ค่ะ
และ
ความจริงก็เป็นเพื่อนร่วมรุ่นของดนตรีร็อคค่ะ
ความจริงเป็นอมตะคะ
Rock n Roll and THE TRUTH never dies ค่ะ
คนเรากำหนดตัวตนโดยการเลือกเสพผลิตภัณฑ์ที่แสดงภาพลักษณ์ที่เราอยากจะเป็น
ใช่ค่ะ
เราเลือกเอง
อยากให้ทุกคนเท่าเทียมกัน
จริงๆ
การกระจายรายได้ทางอารมณ์ อืมม..
คงเหมือนการกระจายรายได้ทางสังคมกระมัง
เป็นเรื่องของนามธรรม แต่หลายคนก็เฝ้าฝันจะเห็น
มันแย่กว่านั้น ตรงที่ว่า….
ความรวย ความจน ความสุข
ความเท่าเทียม การเลือกปฏิบัติ
มักมีอะไร หลายอย่าง มาช่วยเรากำหนด
อยู่เสมอ เสมอ… แม้ว่าเรา อาจไม่ต้องการ
และแม้ว่า สิ่งที่เราฝัน จะไม่ใช่ สิ่งเดียวกับที่ เราเป็น
เรื่องบางเรื่อง มันก็อาจ ต้องเพิ่ม คำว่า “ความจำเป็น”
นะคะ คุณ..
เรียนคุณโย
แล้วเวลาสองชั่วโมงที่หายไปใน paragraph ที่ 2
คุณทดแทนมันด้วยวิธ๊ใด
อย่าบอกนะว่าหมดไปกับ Hi5 และ Myspace
Choose your way.This is your world.
ในสิ่งที่เราอยากทำถึงจะมีคนค้านหรือยากเย็นบั่นทอนมากแค่ไหน แต่ยังไงๆกูก็จทำ
แต่ถ้าอะไรที่ไม่อยากจะเคี่ยวจะเข็นจะโดนรุมเร้าแค่ไหน เราก็ไม่อยากเละเลือกที่จะเลี่ยงมันอยู่ดี
อัตตาก็คืออัตตา อต่อย่าลืมว่าอัตตามันเป็นส่วนหนึ่งของเราน่ะ
บางทีทำใจยาก
บางทีสันดานมนุษย์อาจจะกำหนดให้ต้องอวดเบ่งใส่กัน เพื่อปกปิดความอ่อนแอที่หลบซ่อนอยู่ในตัวตนก้อเปนได้
แบบนี้คุณควรจะสงสารมนุษย์ประเภทนั้นแทนรึป่าวหล่ะ…
จริงอย่างที่คุณโยว่าไว้มนุษย์เรานั้นต้องการปัจจัยหมื่นล้าน เพื่อให้มีชีวิตอยู่รอด
และมนุษย์เรานั้นยังต้องการปัจจัยอีกแสนล้าน เพื่อให้ชีวิตตัวเองดูดี
น่าเศร้า
ที่ทั้งผมและคุณรวมถึงคุณบุ่ญบุ๊ญต่างผลาญชีวิตตัวเองไปกว่า 778,400,000 วินาที
ในการแสวงหาปัจจัยเหล่านั้น
(ฟังดูไม่นานนะคับ แต่นั้นก็เกือบครึ่งหนึ่งของชีวิตคนเราแล้ว)
โดยที่เราต่างคิดไม่ตกของแก่นแท้และเป้าหมายของชีวิต
ถึงตรงนี้คุณโยเห็นพ้องกับผมไหมครับว่าเราเองก็ไม่ได้ต่างจากสัตว์ทั่วๆไปสักเท่าไหร่เลย
จะยกเว้นก็แต่สัตว์ไม่ทั่วไป เช่น Godzilla ที่มีเป้าหมายถล่มโลกตั้งแต่เกิด
ผมให้เวลาคุณตัดสินใจอีกครั้ง
ถ้าเลือกเกิดได้
คุณยังจะอยากเกิดมาเป็นมนุษย์อีกไหมคับ
มนุษย์เราล้วนต้องการปัจจัย4
ใครที่ยังมีไม่ครบก็ขวนขวายหากันไป
ความสุขความทุกข์ล้วนเกิดขึ้นได้กับคนทุกสถานะภาพทางสังคม
เมื่อเกิดแล้วหนีไม่พ้น นอกจาก…ทำใจ
ใจหนอใจ
ตัวอยู่นิ่งแต่ใจลอยไกลออกไป…อยู่หนใด
ก๊าบก๊าบ
มีคนฝากบอกมาว่า
ขอเกิดเป็นปลาบู่อย่างนี้ตลอดชาติ
จะได้มีโอกาสนัวคุณโยอย่างนี้ไปเรื่อยๆ
ไปหล่ะ
ก๊าบก๊าบ
[...] หมายเหตุ: เป็นคอมเม้นต์โต้ตอบกับคุณโย เขียนขึ้นเมื่อปีที่แล้ว แต่ปีนี้กำลังจะพ้นไปอีกปี ชีวิตก็ยังเฮงซวยเหมือนเดิม อยากอ่านบทสนทนาผ่านตัวอักษรเรื่อง ความสุข ความร่ำรวย ความเฮงซวย ตลอดจนความหมายของชีวิต อ่านได้ที่ http://mono7471.wordpress.com/2007/12/16/the-rich-man-toy-and-the-tourist-animal-drowning-in-the-sal… [...]
ธันวาคม 17, 2007 ที่ 3:31 pm
“ถึงหนูจะไม่ได้เป็นเจ้าของบริษัทเฟอร์รารี่ หนูคงไม่สามรถให้ชาวบ้านติดเงิน
และเดินออกไปกินเบียร์ชิวๆ ก่อนที่จะเลือกวันหยุดให้กับตัวเอง
คุณคิดดูหนูรวยและเครดิตดีกว่าแขกที่มาออฟหนูแค่ไหน…”
เด็กที่ยืนหลังโรงแรมสยาม
ไม่แปลกนักที่ผมมักจะพบปะผู้ให้บริการที่ร่ำรวยกว่าผม
นอกจาก รถเข็นไข่ปิ้งที่ผมซื้อไปเมื่อตอนบ่ายแล้ว ผมแน่ใจว่าทุกผู้ให้บริการที่ผ่านเข้ามาในชีวิตล้วนมีบัญชีสะสมทรัพย์เล่มหนาปึ้ก
ผู้หญิงผมดำขลับวัยกลางคนในชุดยูนิฟอร์ม หันมาถามผม
รับน้ำอะไรดีค่ะ
ขอเป็นน้ำเปล่าดีกว่าครับ แล้วน้องหละครับ รับน้ำอะไรดีคับ
ผมหันไปถามหญิงสาวข้างกายในชุดบิกินี่เล่นทะเล
บ้าไปแล้วนี่มันรัชดาชัดๆ มีทะเลที่ไหนกัน
ด้วยความที่เป็นคนไทยผมเลยต้องหน้าใหญ่ในทุกๆช็อต ไม่เว้นแม้แต่ผู้ให้บริการ
จะเป็นไรไหมถ้าผมจะสูบบุหรี่ … ผมคาบบุหรี่ข้างๆกระหรี่
ก่อนที่จะค่อยๆอ่านข้อความ “ควันบุหรี่ทำร้ายผู้ใกล้ชิด”
ก่อนที่จะปลอ่ยให้เวลา 2 ชั่วโมง เป็นความสัมพันธ์ระหว่างเรา
—————————————————
เรียนคุณโย
บ่อยครั้งในสมัยเด็ก ผมฝันอยากเป็นเศรษฐี
พ่อแม่ก็สนับสนุนผมตั้งแต่เล็กด้วยการซื้อเกมเศรษฐี (monopoly) มาเพื่อฝึกเตรียมความพร้อมการเป็นเศรษฐี
สมัยประถมผมได้ค่าขนมวันละ 20 บาท
ไม่แปลกที่ผมอยากมีเงินหมื่นเงินแสน
———————————————————-
ในวันว่างวัยปัจจุบัน ผมมักจะคร่ำเคร่งกับการหากิจกรรมต่างๆทำเพื่อต่อเติมจิ๊กซอว์เวลา
เสียเงิน 140 บาท เพื่อดูหนัง แลกกับการซื้อเวลา สองชั่วโมง
เสียเงิน 110 บาท เข้าร้านกาแฟ แลกกับการซื้อ ภาพลักษณ์ และเวลา หนึ่งชั่วโมง (เวลาเดินสวนผู้คนจะมีใครรู้บ้างไหมว่า วันนี้ผมไปนั่งกินกาแฟร้านดังมา)
เสียเงิน 2000 บาท เพื่อซื้อบริการใน paragraph ที่สอง เพื่อแลกกับเวลาอีก 2 ชั่วโมง
และทุกวัน
ผมต้องกลับมานั่งเหงาอยู่ในบ้านอยู่คนเดียว
———————————————————-
คุณโยเคยประสบช่วงเหตุการณ์คล้ายๆผมบ้างไหม
ที่พร้อมจะทำสิ่งไร้สาระที่เรามองว่า คูล ในค่านิยมปัจจุบัน
อย่าถามถึงแก่นสารของการกระทำ
ผมคิดว่าพวกเราไม่มีคำนั้นในหัวตั้งแต่โตขึ้นมาแล้ว
สภาวะผมในตอนนี้ค่อนข้างปกติ
มีเงิน มีสมอง มีหัวใจ
แต่ไม่มีความสุข
ถ้าใช่ ผมคิดว่าเรากำลังอยู่ในโลกเดียวกัน
เราต่างอยู่ในวังวนของ
โศกนาฎกรรมชีวิตคนเมือง (Big City Life Syndrome)